เข้าสู่ระบบ



ปฏิทินกิจกรรม
กันยายน 2010
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 1 2 3
ออนไลน์ขณะนี้
เรามี 192 บุคคลทั่วไป และ 19 สมาชิก ออนไลน์
สถิติจาก 10-03-53
สมาชิก : 3370
Content : 671
เว็บลิงก์ : 260
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 377186
student28.png
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ขณะนี้คุณอยู่ใน.... ข่าวสำนักงาน ข่าวประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้

สถาบันส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน หรือ สสค.  ได้จัดให้มีการสนับสนุนงบประมาณแก่โครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ แก่สถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา แต่โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณได้แห่งละ 1 โครงการ

 

สถาบันส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน หรือ สสค. ประกาศสนับสนุนทุนโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ ครั้งที่ 1/2553

 

ความเป็นมา

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 โดยระยะเริ่มแรกอยู่ในการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สสค. มีภารกิจในการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองให้ก้าวหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพมีผลตรงไปสู่เด็กเยาวชนและสังคม จุดเน้นประการสำคัญได้แก่ การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆในการนี้ สสค. จึงจัดให้มีการสนับสนุนงบประมาณแก่โครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ในรูปของโครงการพัฒนาที่มีลักษณะนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา เป็นโครงการที่ไม่มีลักษณะแสวงกำไร แต่มุ่งยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนหรือการบริหารจัดการสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชนและสอดคล้องกับทิศทางไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย

ประเด็นหลัก

โครงการของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาครั้งที่ 1/2553 มีประเด็นหลักที่อยู่ในข่ายที่สสค.จะสนับสนุนในรอบนี้จำนวน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ (Effective Learning and Teaching)โครงการภายใต้แนวคิดนี้ ควรมุ่งยกระดับประสิทธิผลการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะสำหรับการศึกษาต่อ การทำงาน และการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยอาจพัฒนารูปแบบดังนี้
    • การพัฒนาสื่อและวัสดุการเรียนการสอน จากการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น เอกสารสิ่งพิมพ์ (คู่มือ ตำรา) สื่อโสตทัศน์ และการศึกษาวิจัยในชั้นเรียน เพื่อสนับสนุนผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้ รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์และแสดงออก
    • การจัดให้มีกิจกรรมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนได้โดยตรงและเห็นผลอย่างชัดเจน รวมถึงสร้างโอกาสให้ผู้เรียนทั้งในและนอกห้องเรียนใช้ทักษะที่สำคัญ เช่น ภาษาเพื่อการสื่อสาร การจัดรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่เป็นนวัตกรรม เช่น การชมภาพยนตร์ การเข้าค่ายฝึกอบรม การโต้วาที การทัศนะศึกษา ฯลฯ
    • การพัฒนาให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเน้นการสร้างโอกาสแก่ผู้เรียนให้กระหายใคร่เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เสริมสร้างวัฒนธรรมเพื่อการเรียนรู้ เช่น การอ่านเพื่อการเรียนรู้ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนหรือชุมชนที่เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองโดยอิสระ
    • การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างครูในการขยายเครือข่ายโรงเรียน เพื่อสร้างเสริมวัฒนธรรมความร่วมมือ และการแบ่งปันความรู้ในวิธีการเรียนการสอน และเพื่อเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี
    • การร่วมมืกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรธุรกิจเอกชน ผู้ปกครอง ชุมชน ในการให้บริการเสริมในรูปแบบต่างๆ เช่น จัดสอนฟื้นฟูและทบทวนความรู้ด้านภาษา การให้คำปรึกษา การศึกษาแบบเรียนฯลฯ ทั้งนี้เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้สอนและผู้เรียน และเกิดรูปแบบการช่วยเหลือ ที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิผลของการเรียนการสอนและการประกอบวิชาชีพ
  2. การเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับโรงเรียน (Healthy School)โครงการภายใต้หัวข้อนี้ มุ่งหมายที่จะกระตุ้นให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนที่เอื้ออำนวยวิถีชีวิตสุขภาวะ
    ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติทางกาย จิตใจ สังคม และปัญญา ตัวอย่างได้แก่
    • การสนับสนุนการจัดการเรียนรู้เรื่องชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของชีวิตและเคารพสิทธิการมีชีวิตของผู้อื่นและการให้ความสำคัญกับสังคมส่วนรวม
    • การเสริมสร้างให้เยาวชนมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ และมีความอดทน การฝึกการปรับตัวต่อสังคมแวดล้อม โดยอาจใช้เทคนิคการพูดคุย การจัดประชุมปฏิบัติการ หรือวิธีการอื่นที่เป็นนวัตกรรม
    • การส่งเสริมค่านิยมที่ดีงามในหมู่ผู้เรียน อาทิ การเคารพตนเอง การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นที่มีความยากลำบากการมีจิตใจเพื่อสาธารณะ โดยการจัดกิจกรรมด้านต่าง ๆ เช่น การทำงานอาสาสมัคร ภายในและนอกโรงเรียน
    • การเฝ้าระวัง คัดกรอง ให้คำปรึกษาและแก้ไข สำหรับเยาวชนที่มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาในการเรียนรู้หรือปัญหาทางสังคม เช่น หนีโรงเรียน ทะเลาะวิวาท เล่นการพนัน ก่อเหตุรุนแรง อาชญากรรม เป็นต้น
    • การเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง ค้นพบตนเอง มีทักษะพื้นฐานในการพัฒนาตนเองและร่วมมือร่วมใจกับหมู่คณะ เช่น จัดฝึกอบรม จัดกิจกรรมร่วมกันในโรงเรียน
    • การออกแบบและจัดทำโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมความแข็งแรงและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เรียน รวมถึงความคิดที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพ การมีโภชนาการที่ดี การควบคุมน้ำหนัก โดยการจัดกิจกรรมทั้งในหรือนอกอาคาร เช่นการจัดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อฝึกให้ร่างกายแข็งแรง การออกผจญภัยฝึกความอดทน รวมถึงการออกค่ายพักแรม การเล่นกีฬาประเภทต่างๆ และวิ่งแข่งสู่เป้าหมายโดยมีเข็มทิศและแผนที่เป็นตัวช่วย
    • การให้ความรูเกี่ยวกับสารเสพติด เพศศึกษา โดยจัดให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ การแสดงละครเวทีรวมถึงการจัดบริการช่วยเหลือเยาวชนที่ใช้ยาในทางที่ผิด เยาวชนที่ติดบุหรี่ ฯลฯ
    • การศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับการประเมินและวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้คำจำกัดความวิถีชีวิตสุขภาพในบริบทของไทย พร้อมทั้งให้ข้อเสนอว่าจะเข้าสู่วิถีชีวิตสุขภาพได้อย่างไร
  3. การบริหารจัดการโรงเรียนให้มีประสิทธิผล (Efficiency for School Management) โครงการภายใต้หัวข้อนี้มุ่งให้โรงเรียน นำวิธีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิผลมาใช้และพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงเรียน และสามารถพัฒนาให้เป็นต้นแบบแสดงถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ชัดเจน โดยอาจพัฒนารูปแบบดังนี้
    • การสำรวจ ประมวลข้อมูลของสถานศึกษาและชุมชน จัดทำฐานข้อมูล ฯลฯ และมีการใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดปัญหาและแนวทางพัฒนา
    • การวิเคราะห์ทบทวนการดำเนินงานของโรงเรียนรวมทั้งคิดค้นนวัตกรรมการบริหารจัดการเพื่อปรับปรุงประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการจัดการเรื่องการเรียนการสอนในโรงเรียน
    • การเสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการ และภาวะผู้นำด้านการบริหารจัดการ พร้อมทั้งปรับปรุงการบริหารโรงเรียน เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างภาวะผู้นำ จัดกิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทดลองการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่และการให้คำปรึกษาแนะนำในระดับโรงเรียน
    • การกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนในการบริหารโรงเรียน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบ้าน-โรงเรียนและ/หรือ ชุมชนโดยกำหนดหน้าที่และบทบาทของผู้เกี่ยวข้องอย่าชัดเจน
    • การปรับปรุงธรรมาภิบาลของการบริหารสถานศึกษา อันรวมถึงการพัฒนาคุณภาพและบทบาทของผู้บริหารคณะกรรมการบริหาร หน่วยตรวจสอบหรือกลไกบริหารอื่นให้สามารถปฎิบัติงานได้ตามหลักธรรมาภิบาล
    • การจัดระบบริหารจัดการหรือแผนงานเพื่อระดมทรัพยากรในท้องถิ่นสำหรับพัฒนาการเรียนการสอนเงื่อนไขการสนับสนุนงบประมาณ
    • โครงการที่เสนอต้องระบุประเด็นหลักเพียง 1 ประเด็น แต่เนื้อหาของโครงการอาจเชื่อมโยงกันระหว่างประเด็นหลักได้ โดยเป็นลักษณะโครงการเดี่ยวและไม่ใช่โครงการย่อยๆหลายโครงการมารวมกัน
    • โครงการควรมีแผนการใช้งบประมาณที่ได้รับเบ็ดเสร็จจบในตัวโครงการ โดยไม่ก่อให้เกิดภาระผูกพันด้านงบประมาณกับ สสค.หลังเสร็จสิ้นโครงการ ไม่นำโครงการเดียวกันไปขอรับทุนจากแหล่งทุนอื่นๆในลักษณะรายการซ้ำซ้อน ทั้งนี้เพื่อความยั่งยืน สสค.ส่งเสริมให้มีการสมทบงบประมาณจากแหล่งอื่น โดยจะต้องเปิดเผยข้อมูลงบประมาณให้แจ้งชัด
    • โครงการที่มีลักษณะงานประจำหรือกิจกรรมพื้นฐานที่ไม่ใช่นวัตกรรม โดยได้รับงบประมาณดำเนินการของหน่วยงานเองหรือแหล่งเงินอื่นๆ อยู่แล้วจะไม่ได้รับการพิจารณา เว้นแต่จะมีการระบุเหตุผลไว้แจ้งชัดเป็นกรณีพิเศษสามารถพิจารณาถึงการสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืนแก่กลุ่มเป้าหมาย-กลุ่มผู้รับประโยชน์ในโครงการ หรือต่อระบบการศึกษาโดยรวม
    • การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ เป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามที่ปฏิบัติหรือมีขึ้นจริง ทั้งนี้สสค. ไม่สนับสนุนโครงการลักษณะจัดซื้อจัดหาพัสดุอุปกรณ์เป็นหลักยกเว้นในรายการที่อธิบายชัดแจ้งถึงความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการและมีเหตุผลที่เหมาะสม ทั้งนี้ การสนับสนุนค่าวัสดุอุปกรณ์ให้เป็นไปตามราคาที่ประกาศโดยกรมบัญชีกลาง
    • ในการใช้จ่ายงบประมาณเมื่อได้รับผลการสนับสนุนแล้ว ผู้รับผิดชอบต้องเตรียมหลักฐานการใช้จ่ายไว้พร้อมรับการตรวจสอบ กรณีมีค่าใช้จ่ายคงเหลือให้ส่งคืน สสค. เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานและโครงการจะต้องแสดงความโปร่งใส่ในการใช้งบประมาณ ทั้งนี้ สสค.จะแจ้งรายละเอียดเงื่อนไขการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับโครงการรายที่ผ่านการพิจารณาและเข้าสู่ขั้นตอนทำสัญญารับทุน

เกณฑ์ในการพิจารณา การพิจารณาโครงการจะกระทำโดยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะพิจารณาถึงความสอดคล้องกับเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1. คุณภาพของข้อเสนอโครงการ
    • มีความสอดคล้องกับภารกิจของโรงเรียน และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา
    • ระบุสภาพปัญหาด้านการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีการแสดงข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุน
    • กรอบแนวคิดโครงการมีความสมเหตุสมผล เป้าประสงค์และวัตถุประสงค์ของโครงการเขียนไว้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
    • มีการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อใช้ติดตามความก้าวหน้าและตรวจสอบการบรรลุเป้าประสงค์ได้
    • รายละเอียดแผนปฏิบัติการมีรายละเอียดครอบคลุมกิจกรรมที่จะดำเนินการ และมีความเป็นไปได้ในการดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
    • งบประมาณเหมาะสมกับขอบข่ายโครงการ แสดงถึงความประหยัด สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติการ ผลผลิตที่ได้คุ้มกับค่าใช้จ่าย
  2. การสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
    • เป็นโครงการที่บ่งบอกว่าก่อให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีลักษณะเฉพาะ หรือเป็นเอกลักษณ์
    • เพิ่มคุณค่าให้กับการพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนในการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ ทักษะการเรียนรู้ หรือมีการจัดการความรู้จากปฏิบัติการ เพื่อส่งผลสู่สอนผู้เรียนและการพัฒนาที่ยั่งยืน
    • สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การแบ่งปันข้อมูลความรู้ และเป็นการเพิ่มคุณค่าให้เกิดขึ้นกับโรงเรียน
    • ผลที่ได้จากการทำโครงการมีหลักฐานที่แสดงถึงโอกาสความยั่งยืน สามารถวัดผลได้ในระดับผลผลิต (Output)และผลลัพธ์ (Outcome)
    • โครงการได้รับงบประมาณได้รับการสมทบจากแหล่งอื่นๆ บ้างหรือไม่
  3. การบริหารจัดการและการเผยแพร่
    • มีการจัดระบบบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ผู้รับผิดชอบโครงการมีอำนาจในการตัดสินใจและมีอิสระเพียงพอที่จะพัฒนาการดำเนินงานให้มีคุณภาพและคล่องตัว ทั้งนี้อาจมีคณะกรรมการหรือกลไกบริหารจัดการโครงการที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือที่จะนำพาโครงการให้ประสบผลสำเร็จ
    • มีแผนการติดตามผลการดำเนินโครงการที่ชัดเจนและเหมาะสม ในข้อเสนอโครงการสามารถระบุผลผลิต(Output) สำคัญในระยะต่างๆได้และสามารถระบุผลลัพธ์ (Outcome) เมื่อโครงการจบลง(ถ้ามี)
    • ผลผลิตสำคัญของโครงการมีคุณค่าและศักยภาพในการเผยแพร่สู่สาธารณะเพื่อขยายผล โดยอาจแปรรูปเป็นสื่อเผยแพร่ที่เหมาะสม เช่น วิดิทัศน์ คู่มือ โมเดล เป็นต้น
    • ผู้รับผิดชอบโครงการมีประวัติและผลงานน่าเชื่อถือ หรือมีหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและแรงบันดาลใจที่แรงกล้า ทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าจะบริหารโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดลำดับความสำคัญของการพิจารณาโครงการ ในกรณีที่มีโครงการผ่านเกณฑ์เป็นจำนวนมากเกินกว่างบประมาณที่สสค. จัดไว้ในรอบนี้ สสค.จะได้คัดเลือกสนับสนุนโครงการโดยจัดลำดับโครงการที่ผ่านเกณฑ์และมีคุณลักษณะดีเด่นกว่าโครงการอื่นโดยเปรียบเทียบ ทั้งนี้ สสค. กำหนดเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญดังนี้

  1. โครงการมีคุณภาพการประเมินกลั่นกรองในระดับดีเด่น
  2. จัดลำดับความสำคัญให้กับโครงการที่เสนอโดยสถานศึกษาในจังหวัดที่มีสถิติคุณภาพการศึกษาต่ำ
  3. จัดลำดับความสำคัญแก่โครงการจากสถานศึกษาที่มีขนาดเล็กหรือที่มีจำนวนนักเรียนระดับมัธยมน้อย
  4. จัดลำดับความสำคัญให้แก่โครงการที่เสนอของบประมาณน้อยสูงกว่าโครงการที่เสนอของบประมาณมาก

ผลการพิจารณาของ สสค.ถือเป็นข้อยุติ สสค.จะไม่พิจารณาคำร้องให้มีการทบทวนผลพิจารณาใดๆ

วงเงินสนับสนุน

วงเงินงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนไม่เกินโครงการละ 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยมีระยะเวลาดำเนินงานไม่เกิน 15 เดือน เริ่มโครงการได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึง เดือนธันวาคม 2553

คุณสมบัติของผู้เสนอโครงการ

ครูหรือผู้บริหารหรือบุคลากรของสถานศึกษาหรือนักเรียนในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาของรัฐและเอกชน ทุกสังกัด รวมถึงโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา มีสิทธิ์เป็นผู้รับผิดชอบเสนอโครงการ โดยผู้บริหารสูงสุดของสถานศึกษาเป็นผู้ลงนามรับรอง ทั้งนี้สถานศึกษาจะเสนอโครงการได้เพียงสถานศึกษาละ 1 โครงการ กรณีสถานศึกษาใดเสนอโครงการมากกว่าหนึ่งโครงการอาจไม่ได้รับการพิจารณาโครงการใดเลย

ระยะเวลาการดำเนินงาน

  • เปิดรับข้อเสนอโครงการ 17 มิถุนายน – 16 กรกฎาคม 2553
  • พิจารณาข้อเสนอโครงการ 17 – 30 กรกฎาคม 2553
  • แจ้งผลการพิจารณาโครงการ 6 สิงหาคม 2553
  • จัดทำข้อตกลง 9 สิงหาคม – 30 กันยายน 2553
  • วันเริ่มดำเนินโครงการ ตุลาคม – ธันวาคม 2553
  • เสร็จสิ้นโครงการ ไม่เกิน 15 เดือน นับแต่วันเริ่มโครงการเวทีเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 2 ครั้ง ประมาณมีนาคมและตุลาคม 2554

วิธีการขอรับทุน

  1. ผู้สนใจสามารถเสนอโครงการโดยใช้แบบเสนอโครงการของ สสค. (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.QLF.or.th )
  2. ส่งเอกสารโครงการ จำนวน 3 ชุด และ CD ไฟล์โครงการ (จัดส่งทั้ง Word และ PDF) ทางไปรษณีย์
  3. กรุณาตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดก่อนส่ง ทั้งนี้ สสค. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาโครงการที่เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และจะไม่ส่งคืนเอกสารไม่ว่ากรณีใด ๆ โครงการที่ไม่ได้รับการสนับสนุนในรอบนี้สสค.จะไม่นำขึ้นมาพิจารณาอีก แต่ผู้เสนอสามารถเสนอโครงการได้ใหม่ในรอบต่อไปตามเงื่อนไขที่ สสค.จะประกาศ

การสนับสนุนการเรียนรู้

สสค.จะจัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานต่อสาธารณะ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ในสังคมไทย ดังนั้น ทุกโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนจะต้องเตรียมการและสื่อนำเสนอที่จำเป็นไว้เพื่อใช้ในเวทีดังกล่าว ซึ่ง สสค.กำหนดให้มีการจัด 2 ครั้ง ราวเดือนมีนาคมและตุลาคม 2554

ส่งข้อเสนอโครงการได้ที่ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ตู้ ปณ. 34 ปณฝ. สนามเป้า กทม. 10406 วงเล็บมุมซอง : (เสนอโครงการ สสค.)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทรศัพท์ 080-587-8908 , 080-587-8909 และ email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
ป้ายโฆษณา
แนะนำแหล่งเรียนรู้ ใน สพท.กจ.2
ป้ายโฆษณา
จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มากมาย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงยุคปัจจุบัน มีธรรมชาติที่สวยสดงดงาม มีภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ปฏิบัติตาม เชื่อมโยงด้วยบุคคลสำคัญๆในระดับต่างๆ เพื่อให้สิ่งต่างๆยังคงอยู่คู่ จ.กาญจนบุรี สพท.กาญจนบุรี เขต 2 ในฐานะดูแลงานด้านการศึกษา ในเขตพื้นที่ของ อ.พนมทวน อ.ท่ามะกา และ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี มีภาระกิจที่จะอนุรักษ์สิ่งต่างๆ พร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดวัฒนธรรมต่างๆสู่เยาวชน และเผยแพร่สู่บุคคลอื่นๆ
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา